โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี หาดใหญ่ : Rajyindee Hospital  1 Col Portfolio - Start Bootstrap Template

หากถ้าวันหนึ่งไม่มี ‘เท้า’ ให้เดิน จะเป็นอย่างไร

โดย Jatuporn Petcharoen | โพสเมื่อวันที่ : 1 มิถุนายน 2563 เวลา 13:10


ลองจินตนาการ หากถ้าวันหนึ่ง ... ไม่มี เท้าให้เดิน จะเป็นอย่างไร

            ถ้านักกายอุปกรณ์มีคำถาม “วันนี้อาบน้ำเสร็จ มีใครทาครีมที่หน้าและตัวแล้วบ้าง” หลายๆคนอาจจะกำลังยิ้มมุมปากว่าฉันนี่แหละหรือกำลังยกมือขึ้นจนสุดแขนกันเลยทีเดียว แต่ถ้านักกายอุปกรณ์ถาม “มีใครใช้ผ้าเช็ดซอกนิ้วเท้า และ ทาครีมที่เท้าแล้วบ้างคะ” เชื่อว่าเกือบทุกคนอาจจะกำลังเบ้ปากมองบน และงงว่าถามทำไม หรือทำไมต้องไปดูแลมันขนาดนั้น .... นั่นนะซิคะ ทำไมต้องดูแลเท้ากันขนาดนั้น

            ลองจินตนาการแบบชุดใหญ่กันซักนิดนะคะ ถ้าวันนี้ไม่มี ‘เท้า’ คุณคิดว่าคุณจะเป็นอย่างไร จะออกไปไหนมาไหนได้เหมือนเดิมอย่างไรจะขับรถอย่างไร จะออกกำลังกายอย่างไร อยากเดินทางไปเที่ยวท่องโลกกว้างแบบสุดชีวิตได้อย่างไร เรายังคงหายใจ แต่คงเป็นลมหายใจที่เจ็บปวด ใช่แล้วค่ะ...คุณกำลังรู้สึกหวงเท้าคุณขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะ ‘เท้า’ เป็นอวัยวะที่คุณมองข้ามไป แต่จากวันนี้เป็นต้นไป

 ‘เท้าจะเป็นอวัยวะที่คุณรักมากทีเดียว เพราะเท้าคือ รากฐาน ของชีวิต’

          การพูดว่าไม่มีเท้าอาจจะดูรุนแรงเกินไป แต่ปัญหาเท้าทั้งหลายก็เป็นปัญหาที่กวนใจและสร้างความเจ็บปวดเสื่อมโทรมให้กับร่างกายมาก อาทิเช่น โรครองช้ำ มีอาการเจ็บส้นเท้า, โรคเอ็นร้อยหวายอักเสบ, อาการปวดเมื่อยล้าใต้ฝ่าเท้า, อาการปวดจี๊ดที่เท้าส่วนหน้า, ตาปลาใต้เท้าตำแหน่งต่างๆ,โรคนิ้วหัวแม่โป้งเท้าเก เป็นต้น อาการเหล่านี้คืออาการที่เกิดที่เท้าชัดเจน แต่ยังมีโรคและอาการอีกหลายอย่างที่หลายคนอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่าปัญหาก็อาจจะเกิดจากเท้าของเรานี่แหละ โรคเหล่านั้นได้แก่ โรคเข่าเสื่อม, โรคปวดเมื่อยน่อง, อาการปวดเอวปวดสะโพก, หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นต้น หรือแม้แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นจนต้องปวดเท้าและหลัง คำถามคือโรคเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอะไร และควรได้รับการรักษาอย่างไร

คำตอบมีอยู่ที่นี่ค่ะ โรคเหล่านี้เกิดจาก โครงสร้างเท้าที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิดมีความผิดปกตินั่นเอง!!!

 

 

 

           เท้าเราดูด้วยตาเปล่า ก็อาจจะเหมือนๆกันไป แต่โครงสร้างเท้าภายในนี่สิที่แตกต่าง หลายต่อหลายครั้งที่หลายๆคนเห็นส้นรองเท้าหรือพื้นรองเท้าสึกเอียงพัง ทุกครั้งๆก็มักจะโทษว่าเป็นเพราะคุณภาพรองเท้าที่ไม่ดี แต่แท้ที่จริงแล้วรอยสึกนั้นบอกเราได้ดีเลยทีเดียวว่าเราเองที่มีโครงสร้างเท้าที่ผิดปกติ จึงทำให้เกิดการเสียดสีในรองเท้าเมื่อเดินแบบผิดปกตินั่นเอง โครงสร้างเท้าสามารถดูและแบ่งได้หลายรูปแบบหากอ้างอิงตามลักษณะอุ้งเท้า จะสามารถแบ่งออกได้ 3 อย่าง โครงสร้างเท้าแบบอุ้งเท้าปกติ อุ้งเท้าแบน อุ้งเท้าโก่ง เมื่อใดก็ตามที่มีโครงสร้างเท้าที่ผิดปกติ ก็จะทำให้การยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อเท้า การรองรับแรงกระแทก และแนวการยืนเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเรามีอายุมากขึ้นประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อและเอ็นใต้ฝ่าเท้ามักจะลดลงก็จะทำให้เราเกิดความเจ็บปวด และ โรคเท้าต่างๆ ตามมาในที่สุด

         เมื่อเรามีปัญหาเท้า เข่า สะโพก หรือมีโครงสร้างร่างกายทำให้เกิดความเจ็บปวด สิ่งแรกที่ใครๆหลายๆคนคิดคือ การทานยาเพื่อลดความเจ็บปวดและออกกำลังกาย ซึ่งทั้ง 2 อย่างเป็นวิธีการที่ทำได้ แต่หากเรามองในมุมกลับกัน หากเราเจ็บปวดอยู่เสมอ เราต้องทานยาตลอดไปหรือไม่ เชื่อว่าใครหลายๆคนก็คงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของนักกายอุปกรณ์จึงเกิดขึ้น เพราะการรักษาที่ดีที่สุดคือการจัดการที่ต้นเหตุของปัญหา ซึ่งก็คือ จัด ปรับเปลี่ยนเสริมความสบายให้แก่โครงสร้างเท้าของเราให้เหมาะสม

 

 

 

 

          รพ.ราษฎร์ยินดี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จึงเกิดคลินิกพิเศษที่เชื่อว่าไม่คุ้นหูใครต่อใครอีกหลายคน คือ “คลินิกสุขภาพเท้าและกายอุปกรณ์” ซึ่งดูแลโดยนักกายอุปกรณ์เชี่ยวชาญด้านเท้าที่มีใบประกอบโรคศิลปะโดยตรง ให้บริการในการให้คำแนะนำทุกปัญหาเท้าและโครงสร้างของร่างกายตรวจโครงสร้างเท้าและการลงน้ำหนักของร่างกายด้วยเครื่องแสกนเท้าระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้รับมาตรฐานจากประเทศอังกฤษ พร้อมกับให้การรักษาด้วยการออกแบบแผ่นรองในรองเท้าหล่อพิเศษเฉพาะกระดูกเท้าเฉพาะบุคคลนั้นๆ ที่สามารถแก้ไขโครงสร้างเท้าได้ตรงจุดทุกรูปแบบ แก้ไขปัญหาเท้าที่กวนใจใครหลายๆคนได้อย่างชนิดที่ว่าลืมไปแล้วว่าเท้าเราป่วยแค่ไหน พร้อมกับตัดรองเท้าสุขภาพเฉพาะบุคคลเพราะรองเท้าสุขภาพที่ดีที่สุดไม่ใช่รองเท้าสุขภาพที่แพงที่สุด แต่เป็นรองเท้าสุขภาพที่ควรออกแบบจากโครงสร้างเท้าของเรานั่นเอง

 

         เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่เท้าของเราจะสำคัญเท่าใบหน้า ดูแลเท้าของเราเหมือนดูแลใบหน้าที่สวยงามของเรา ใส่ใจเท้าเพราะเท้านี้รับบทหนักให้เราตลอดเวลาอย่างแท้จริง อย่าให้ถึงวันที่เท้าเราอ่อนล้าจนเดินไม่ไหว เพราะถ้าถึงวันนั้นคำว่าความสวยงามชีวิตก็คงหายไป

เพราะ ‘เท้าคือ...ชีวิต’